วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)


โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)
        การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสารนั้น สามารถกระทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดยทึ่วไปแล้วโครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามลักษณะของการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้

        1. 
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (bus topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส จะประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกัน จะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ล และมีการแบ่งเวลาการใช้สายเคเบิ้ลแต่ละเครื่อง ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม แต่มีข้อเสียคือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/bus_topology.jpg
        2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละการเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง ในกรณีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ข้อดีของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/ring_topology.jpg
        3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (star topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีจุกศูนย์กลางในการควบคุมการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือ ฮับ (hub) การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะสื่อสารผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาวมีข้อดี คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ ส่วนข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/STAR.JPG

เข้าค่ายลูกเสือม.2


กิจกรรมเข้าค่ายพักแรม หรือกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือโรงเรียนตากพิทยาคม จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24-26 มกราคม 2555
ที่ผ่านมานี้เอง เป็นกิจกรรมที่สนุกมาก มีการฝึกตนให้มีระเบียบวินัย เข้มแข็ง กล้าหาญ และฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายของเราอีกด้วย 

วันที่ 24 มกราคม 2555 
วันแรกของการไปเข้าค่ายพักแรม โดยจะต้องเดินทางไกลจาก โรงเรียนบ้านห้วยนึ่ง ไปเข้าค่ายที่ตชด.34 หรือเรียกกันว่าค่ายพระเจ้าตาก ระยะทางประมาณ 3 กม.แต่ว่าวันนั้น"แดดร้อนมาก" เล่นเอาเหนื่อยเลย #_#
ไม่พอนะครับ เหนื่อยไม่พอ ยังต้องมาลอดรั้วอีกแทบตาย @_@ !! (ว่ากันว่าความ "โหด" ของที่นี่ไม่แพ้ที่อื่นเลยครับ ว่าแล้วก็โดนไป หนึ่งดอกเลย 555)


โชคยังดีที่หลังจากนั้น ครูฝึกก็ให้นั่งพักครับ ^_^


ต่อมาก็ไปสักการะ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อันศักดิ์สิทธิ์ของค่ายครับ


เมื่อ สักการะ เสร็จแล้ว ก็เดินทางแยกย้ายเก็บของ และไปเปิดประชุมกองเข้าค่ายลูกเสือ


จากนั้นไปลอดถ้ำเสือก่อน แล้วไปประชุมกองอีกครั้งก่อนที่จะไปกายบริหาร (เมื่อยมาก ขอบอก)


หลังจากนั้นให้ไปกางที่พัก และเตรียมประกอบอาหาร อย่างน้อย 5 มื้อเอง ใน 3 วัน +=+


จากนั้นก็กินอาหารเย็นกัน โดยที่แต่ละหมู่จะมีอาหารที่แตกต่างกันออกไป
พอทานข้าวเย็น (ข้าวสองกษัตรย์ 555+) เสร็จก็อาบน้ำ (รวม O_o) และเตรียมตัวไปปฏิบัติกิจกรรมยามกลางคืนตามฐานที่จัดไว้   โดยมีทั้งหมด 9 ฐาน


จบกิจกรรม แยกย้ายเข้านอน zzZ


วันที่ 25 มกราคม 2555
วันที่สอง ของการเข้าค่ายที่แสนจะ ขี้เกีขจ -_- แต่แล้วก็มีบางสิ่งเกิดขึ้น
การ "ออกกำลังกายบริหาร" แบบเมื่อเย็นวานนี่ นั้นเอง

(ไม่มีรูป แป่ววววว)

ทำข้าวเช้า และอาบน้ำ ไม่อาบก็ได้ "หนาวนะ"
ต่อมาก็มาประชุมกอง และเข้าฐาน 9 ฐาน

"หมายเหตุ : อาจจะเรียงลำดับฐาน ไม่ถูกต้อง"

ฐานที่ 1 หอกระโดด หอสูง หอ...


ฐานที่ 2 บันไดสูง ยางสูง...


ฐานที่ 3 เชือกคู่


ฐานที่ 4 เชือกเดี่ยว


ฐานที่ 5 กำแพงสูง


ฐานที่ 6 วัดสมรรถภาพร่างกาย (ไม่รู้ว่าชื่ออะไร)


ฐานที่ 7 ลอดลวดหนาม


ฐานที่ 8 จงอาง (ครูฝึกชื่อองอาจ แต่ทั่วไปเรียกว่า จงอาง โหดมาก !!!! O_Q)


ฐานที่ 9 จำไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่าขออภัยสำหรับฐานนี้ละกันครับ

เสร็จแล้วแยกย้าย ทำข้าวเย็น อาบน้ำอาบท่า แต่งตัว ซ้อมละครรอบกองไฟ
เมื่อถึงเวลารอบกองไฟแล้ว

เริ่มด้วยระบำ "ซูลู" ของพวก "กระเทยในค่าย" สนุกมาก


จากนั้นก็ แสดงรอบกองไฟ !!! วันน่าขำมากเมื่อพวกผมเริ่มแสดง มั่วฉากกันผมเองก็มั่ว 555+


จบแล้วก็ สามัคคีชุมนุม
แยกย้ายนอน

วันที่ 26 มกราคม 2555
วันสุดท้ายในการเข้าค่ายมีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นคือ กายบริหาร "อีกแล้ว" โดยให้ ผู้ชาย "ถอดเสื้อ"


ตามด้วยการไปกินอาหารเช้าซึ่งแทบจะเดินไปไม่ไหว


เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลูกเสือ เตรียมประชุมกองและปิดกอง


ปิดกอง ร้องเพลง "สามัคคีชุมนุม"
พวกเราเหล่ามาชุมนุม ต่างกุมใจรัก สมัครสมาน
ล้วนมิตร จิตชื่นบาน สราญเริงอยู่ ทุกผู้ทุกนาม
* อันความกลมเกลียว กันเป็นใจเดียว ประเสริฐศรี
ทุกสิ่งประสงค์จงใจ จักเสร็จสมได้ ด้วยสามัคคี
กิจใด ธ ประสงค์มี ร่วมใจภักดี แด่พระจอมสยาม
พร้อมพรึ่บดังมือเดียวยาม ยากเย็นเห็นง่าย บ่หน่ายบ่วาง(*)
ที่หนักก็จักเบาคลาย ที่อันตราย ขจัดขัดขวาง
ฉลองพระเดชบ่จาง กตเวทิคุณ พระกรุณา(*)
สามัคคีนี่แหละล้ำเลิศ จักชูชาติเชิด พระศาสนา
สยามรัฐจักวัฒนา ปรากฏเกียรติฟุ้งเฟื่อง กระเดื่องแดนดิน(*)
T^T


จบอย่างไม่มีวันลืมเลย T_T

วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้


ข้อที่ 1 กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้างตอบ กระบวนการจัดการกับข้อมูลข่าวสาร โดยนำข้อมูลดิบให้ผ่านกระบวนการต่างๆ จนเป็นสารสนเทศที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้อง การประมวลผลและการเผยแพร่สารสนเทศ
ข้อที่ 2 จงให้คำนิยามของสิ่งต่อไปนี้ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร 1) ข้อมูล 2) สารสนเทศ 3) ความรู้
ตอบ 2.1.ข้อมูล หมายถึง ข่าวสาร เอกสาร ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลเช่นคะแนนสอบ        2.2.สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลต่างๆ ที่ได้ผ่านการประมวลผล        2.3.ความรู้ หมายถึง สิ่งที่ทำให้คนเข้าใจ แล้วนำความเข้าใจนั้นมาปฏิบัติหรือประยุกต์ให้  เกิดประโยชน์            ความสัมพันธ์ คือ เรามีข้อมูลแล้วนำข้อมูลมาผ่านการประมวลผลแล้วจะเป็นสารสนเทศ ในขณะนั้นเมื่อเราประมวลผลเกิดการคิดวิเคราะห์ เราก็จะได้ความรู้ไปใช้
ข้อที่ 3 จงยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของนักเรียนเองว่า ความรู้ช่วยในการตัดสินใจได้อย่างไรตอบ การสอบ คือ เราใช้ความรู้ที่เรามีตัดสินใจว่า เราจะตอบข้อไหน
ข้อที่ 4 การเก็บรักษาข้อมูลและสารสนเทศมีวิธีการอย่างไร และเก็บไว้เพื่อประโยชน์อะไรตอบ    1. การเก็บรักษาข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล หมายถึง การนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึกต่างๆ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล และทำสำเนาข้อมูลเพื่อให้ใช้งานต่อไปในอนาคตได้
 2. การทำสำเนาข้อมูล การทำสำเนาเพื่อเก็บรักษาข้อมูล หรือนำไปแจกจ่าย จึงควรคำนึงถึงความจุและความทนทานของสื่อบันทึกข้อมูล
 3. การสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ข้อมูลต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่าย การสื่อสารข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้การส่งข่าวสารไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา
4. การปรับปรุงข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์เพื่อการใช้งาน เช่น ในการตัดสินเพื่อดำเนินการ ดังนั้นข้อมูลจึงต้องมีการปรับปรุง ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว
 2. การทำสำเนาข้อมูล การทำสำเนาเพื่อเก็บรักษาข้อมูล หรือนำไปแจกจ่าย จึงควรคำนึงถึงความจุและความทนทานของสื่อบันทึกข้อมูล 3. การสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ข้อมูลต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่าย การสื่อสารข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้การส่งข่าวสารไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา4. การปรับปรุงข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์เพื่อการใช้งาน เช่น ในการตัดสินเพื่อดำเนินการ ดังนั้นข้อมูลจึงต้องมีการปรับปรุง ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการค้นหาได้อย่างรวดเร็ว            เก็บไว้เพื่อ ไม่ให้เกิดการสูญหายหรือชำรุดและมีการสำรองไว้
ข้อที่ 5 การเผยแพร่สารสนเทศมีวัตถุประสงค์อย่างไร และต้องคำนึงถึงอะไรบ้างตอบ    วัตถุประสงค์ คือ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการเผยแพร่และต้องคำนึงถึง กลุ่มคนที่เราต้องการให้รับรู้และให้ได้ประโยชน์
ข้อที่ 6 จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อนักเรียนพบปัญหา ตามปกตินักเรียนจะหาคำตอบให้แก้ปัญหานั้นด้วยวิธีใดบ้าง จงบอกมา 3 วิธี พร้อมทั้งบอกว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไรตอบ    ปัญหา คือ เลิกเรียนก่อนเวลาจะโทรศัพท์ให้แม่มารับ พบว่าแบตเตอรี่ของโทรศัพท์หมด            วิธีแก้ปัญหา คือ            1.ยืมโทรศัพท์ของเพื่อน ข้อดี ไม่ได้จ่ายเงิน ข้อเสีย ต้องพึ่งพาคนอื่นและทำให้เงินในโทรศัพท์ของเพื่อนเหลือน้อย            2.โทรศัพท์ตู้สาธารณะ ข้อดี แม่สามารถมารับได้ทันที ข้อเสีย ต้องจ่ายค่าโทรศัพท์            3.นั่งรอแม่จนถึงเวลาเลิกเรียน ข้อดี ไม่ได้จ่ายเงินและไม่ได้ทำให้เพื่อนลำบาก  ข้อเสีย อาจจะนั่งรอแม่นานและอาจอยู่คนเดียว

ข้อที่ 7 ปัญหาง่ายๆในชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องใช้วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบหรือไม่ เพราะเหตุใดตอบ เป็นระบบ เพราะ ถ้าเราทำอะไรอย่างมีระบบจะทำให้ง่ายแก่การแก้ปัญหาข้อที่ 8 การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร จงอธิบาย และมีประโยชน์อย่างไรตอบ    ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาประเด็นสำคัญของปัญหา            ขั้นตอนที่ 2 หาแนวทางการแก้ปัญหา            ขั้นตอนที่ 3 กำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหา            ขั้นตอนที่ พิจารณารายระเอียดว่าเหมาะสมหรือไม่ขั้นตอนที่ 5 พิจารณามาตรการแก้ปัญหาว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอให้กลับไปขั้นตอนที่ 1
ประโยชน์ คือ ช่วยให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม